ไบเดนลงนามร่างกฎหมายจัดสรรงบ 10 ล้านล้านหนุนเทคโนโลยีไฮเทคแข่งกับจีน

ไบเดนลงนามร่างกฎหมายจัดสรรงบ 10 ล้านล้านหนุนเทคโนโลยีไฮเทคแข่งกับจีน

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้ลงนามในกฎหมายที่จัดสรรงบประมาณกว่า 280,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10 ล้านล้านบาท ให้กับการผลิตสินค้าด้านเทคโนโลยีและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ท่ามกลางความวิตกว่าสหรัฐฯ จะสูญเสียความได้เปรียบทางเทคโนโลยีให้แก่จีนกฎหมายชิปส์ และ ไซแอนซ์ (Chips and Science) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคาร หลังผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนที่แล้ว กฎหมายดังกล่าวมีใจความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณรวม 52,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หรือชิป ของสหรัฐฯ ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัย ไปจนถึงการผลิต และการยกระดับขีดความสามารถอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยี โดยในพิธีลงนามมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไมครอน, อินเทล, ล็อกฮีด มาร์ติน และแอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนียและอิลลินอยส์ นายกเทศมนตรีเมืองดีทรอยต์ คลีฟแลนด์ และซอลต์เลก ซิตี้ สมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่คณะรัฐมนตรี แกนนำอุตสาหกรรมยานยนต์และสหภาพแรงงาน  ทำเนียบขาวระบุว่า การผ่านร่างกฎหมายนี้ช่วยกระตุ้นให้มีการลงทุนใหม่ๆ ด้านชิป เช่น ไมครอนประกาศลงทุนผลิตชิปความจำมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.44 ล้านล้านบาท ร่างกฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนชิปเรื้อรัง ที่กระทบต่อการผลิตสินค้าหลากหลายอย่างตั้งแต่ยวดยาน อาวุธ เครื่องซักผ้า ไปจนถึงวิดีโอเกม จะลดหย่อนภาษีการลงทุนร้อยละ 25 ให้แก่โรงงานผลิตชิป และจะให้ทุนวิจัย 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.2 ล้านล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับจีน ปัจจุบัน สหรัฐฯ ผลิตเซมิคอนดักเตอร์คิดเป็นประมาณร้อยละ 10 ของอุปทานทั่วโลก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในสินค้าหลายประเภทตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงโทรศัพท์มือถือ ลดลงจากเกือบร้อยละ 40 ในปี 1990 สมาชิกสภาสหรัฐหลายคนเผยว่า ปกติแล้วจะไม่ผ่านร่างกฎหมายที่ให้เงินอุดหนุนมหาศาลแก่ภาคธุรกิจเช่นนี้ สาเหตุที่ผ่านให้ เพราะเห็นว่าจีนและสหภาพยุโรปได้ให้มาตรการจูงใจจำนวนมากแก่บริษัทชิปของตนเอง นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องความเสี่ยงด้านความมั่นคงของประเทศและปัญหาเรื่องห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่สถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดีซี เผยว่า จีนคัดค้านอย่างแข็งขันต่อร่างกฎหมายนี้ เพราะทำให้นึกถึงแนวคิดการแข่งขันในสมัยสงครามเย็น.